หากเอ่ยถึง โตชิบา แล้วคนอาจรู้ในแง่มุมที่แตกต่างกันไป ส่วนหนึ่งคงคุ้นเคยถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภท ตู้เย็น โทรทัศน์ พัดลม ซึ่งเป็นสินค้าหลักของโตชิบามาช้านานอีกส่วนหนึ่งอาจรู้จักในสินค้าไอที เช่น โน้ตบุ๊ก พ๊อกเก็ตพีซี ที่โตชิบา ที่ขึ้นชื่อในด้านสมรรถนะการใช้งานที่ดีเยี่ยม แต่คนทั่วไปที่ไม่เคยสัมผัส กับโตชิบา ก็อาจมีมุมมองที่แตกต่างๆไปเช่นโตชิบาบนรถไฟ สนามบิน สถานีรถไฟฟ้า เครื่องมือแพทย์ เซมิคอนดักเตอร์ หลากหลายไปจน กระทั่ง บรอดคาสติ้ง ซึ่งนั้นเป็นสิ่งที่สะท้อนความยิ่งใหญ่ ของโตชิบาได้เป็นอย่างดี เพราะแม้เป็นบริษัทระดับโลก ก็มีน้อยรายที่มีไลน์การผลิตกว้างขวางเท่านี้ โตชิบาเป็นบริษัทที่ทำธุรกิจหลายอย่างมาก มากจนบางคนมองเป็นปัญหา เพราะไม่เข้าใจว่าเราทำ ธุรกิจอะไร ทำให้ภาพลักษณ์แบรนด์โตชิบาไม่เด่นชัด ไม่เหมือนกับคู่แข่งที่ภาพเขาชัดเจนมากแต่นั่น ไม่ใช่ภาพของโตชิบา เพราะเราก็มีเป้าหมายที่เป็นดิจิตอลทั้งหมดเหมือนกันต่อไปสินค้าทุกอย่างของ โตชิบา จะเป็นดิจิตอลทั้งหมด อินโนเวทีฟจะเป็นจุดแข็งของโตชิบา เพราะเราใช้จ่ายเงิน 8 เปอร์เซ็นต์ ของรายได้ไปเพื่อการวิจัย และพัฒนาเทคโนโลยี

กว่าจะมาเป็นโตชิบา พร้อมด้วยคำขวัญ “นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต” นั้น คุณกร – ท่านผู้หญิงนิรมล สุริยสัตย์ ผู้ก่อตั้งโตชิบาได้บุกบั่นฝ่าฟันอุปสรรคมามากมาย คุณกร ได้ก่อตั้งห้างหุ้นส่วนซุปเปอร์ไลท์เมื่อปี 2503 โดยใช้พื้นที่บริเวณหลังบ้านทำเป็นโรงงานเพื่อผลิตโคมไฟและรับเดินสายไฟตามอาคารขนาดใหญ่ จนกระทั่งปี 2506 ได้รับการส่งเสริม การลงทุนจาก BOI ในนามบริษัทอุตสาหกรรมไฟฟ้าไทยจึงได้ขยายโรงงานผลิตไปตั้งที่ปากเกร็ด นนทบุรี ซึ่งมีเนื้อที่กว้าขวางกว่าเดิมเพื่อผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าจำพวกพัดลมและโคมไฟในปริมาณ ที่มากขึ้น เมื่อปี 2510 บริษัทอุตสาหกรรมไฟฟ้าไทย นำสินค้าอกกแสดงในงานแสดงสินค้า นานาชาติที่หัวหมาก เป็นผลให้บริษัทญี่ปุ่นหลายแห่งติดต่อทาบทามขอผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าด้วย ในที่สุด คุณกร- ท่านผู้หญิงนิรมล ได้ตัดสินใจเลือกลงทุนร่วมกับโตชิบา ก่อตั้งบริษัทไทยโตชิบา อุตสาหกรรม จำกัด ผลิตพัดลมเป็นสินค้าประเภทแรก ตามมาด้วยตู้เย็น โทรทัศน์ พัดลม หม้อหุงขาว และมอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งถือว่าผลิตได้เป็นรายแรกของประเทศไทย พร้อมกันนี้ได้ก่อตั้ง บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด เพื่อเป็นผู้จัดจำหน่ายและวางนโยบายการตลาดสำหรับสินค้า โตชิบาในประเทศไทย

ปัจจุบันกลุ่มบริษัทโตชิบา ในประเทศไทย มีการลงทุนกว่าหมื่นล้านบาท ในหลายโครงการ อาทิเช่น โครงการผลิตเซมิคอนดัคเตอร์ หลอดภาพทีวีสี ตู้เย็น พัดลม เครื่องซักผ้า เครื่องปรับ อากาศ เตาไมโครเวฟ เครื่องครัวดิจิตอล หหลอดไฟฟลูออเรสเซ่นท์แลมป์ มอเตอร์ ซึ่งผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่นี้โตชิบาย้ายฐานการผลิตมาจากญี่ปุ่นและผลิตเพื่อส่งออกไปจำหน่าย ยังต่างประเทศ

บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด เป็นธุรกิจร่วมลงทุนระหว่างคนไทยและคนญี่ปุ่น โดยคนไทย ครองหุ้นส่วนใหญ่ที่ 51 เปอร์เซ็นต์ เริ่มธุรกิจในประเทศไทยเมื่อประมาณ 40 ปีที่แล้ว ในฐานะ เครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์แรกๆ ที่เริ่มทำธุรกิจในไทย และเติบโตมาอย่างต่อเนื่องในฐานะผู้นำตลาด มีบางครั้งที่เผชิญกับวิกฤตมากแต่ก็รอดมาทุกครั้ง

โตชิบาเผชิญกับคู่แข่งที่แข็งแกร่งกับตลาดในเมืองอย่างมากเราจึงต้องปรับกลยุทธ์เป็นแบบป่าล้อมเมืองคือ เจาะตลาดจากพื้นที่ต่างจังหวัด ซึ่งก็ประสบความสำเร็จอย่างดี ทำให้โตชิบามีฐานต่างจังหวัดที่แข็งแกร่ง มาถึงปัจจุบัน วิกฤตเมื่อปี 2540 ก็เป็นอีกช่วงหนึ่งที่เราประสบปัญหา เมื่อกำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง อย่างฮวบฮาบ จึงเป็นวิกฤตอีกครั้งหนึ่งของบริษัท พนักงานระดับสูงต้องร่วมกัน ลดเงินเดือนและผลตอบแทน ตัวเองลง เพื่อลดค่าใช้จ่ายของบริษัทโดยไม่กระเทือนต่อพนักงานระดับล่าง สภาพตอนนั้นยอมรับว่ามีปัญหา แต่บริษัทแม่ที่ญี่ปุ่นก็ช่วยเหลือเราอย่างดี โดยเฉพาะการส่งเสริมให้โตชิบา ไทยแลนด์ ผลิตสินค้าเพื่อส่งออก ซึ่งบริษัทเองก็ทำได้ดีจนเป็นที่ยอมรับจากญี่ปุ่นสินค้าที่โดดเด่นก็มีอย่างเช่น พัดลมไอออนแฟน ที่เป็นแนวคิด ของคนไทยที่ไปตีตลาดญี่ปุ่น จนกลายเป็นอันดับหนึ่งของตลาดได้หรือตู้เย็นโนฟรอซ ที่ลูกค้าตอบรับดีเช่นกัน

แม้โตชิบา ไทยแลนด์ จะโตจากเครื่องใช้ไฟฟ้า แต่เรารู้ว่าการเจริญเติบโตต่อไปข้างหน้าคงไม่สามารถโต บนฐานธุรกิจเดิมได้นับแต่ต้นปี 2546 บริษัทจึงขยายประเภทธุรกิจให้กว้างขึ้น โดยเริ่มทำตลาดสินค้าไอที ในประเทศอย่างจริงจังเพื่อเข้าถึงลูกค้าได้หลากหลาย แต่ทั้งนี้สินค้าของโตชิบาจะเน้นที่อินโนเวทีฟ เพื่อสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าอีกด้วย ไอที เป็นทั้งธุรกิจใหม่ และเป็นทั้ง ความหวังของบริษัท เพราะสินค้าในอนาคต คงไม่ขายทีละชิ้นได้ แนวคิดการขายสินค้าแบบ Group product เป็นแนวคิดใหม่ที่น่าสนใจ ซึ่งบริษัท โซนี่ ได้ลองทำแล้วได้ดีพอสมควร ซึ่งแนวคิดนี้ก็เป็นแนวคิดที่บริษัทจะทำ เช่นกัน โดยโตชิบาจะใช้ เอสดี การ์ดเป็นสื่อที่เชื่อมต่ออุปกรณ์ทั้งหมดเข้าด้วยกัน ซึ่งเอสดีการ์ดนี้มีข้อดีเหนือกว่า โซนี่มากมาย โดยเฉพาะการเป็นสื่อที่มีความสากลมากกว่า

ขณะเดียวกันโตชิบายังวางให้สินค้าไอที เป็นศูนย์กลางของสินค้าทั้งหมด ต่อไปสินค้าของโตชิบาทุกชนิดจะใช้ เทคโนโลยี ดิจิตอลเป็นตัวเชื่อมโยงทั้งหมด เช่น ตู้เย็นที่สามารถสั่งซื้อน้ำ ไข่ไก่ หรือของสดจากร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ได้เมื่อของหมด ซึ่งสินค้าชิ้นนี้มีขายแล้วในญี่ปุ่น ภาพรวมการพัฒนาของโตชิบาจึงชัดเจน และด้วยจุดยืนนี้เชื่อว่า โตชิบาไทยแลนด์ จะสามารถขยายตลาดสินค้า ทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้า และไอทีในประเทศไทยได้

อีกสิ่งที่หนึ่งโตชิบา เปลี่ยนแปลงไปจากอดีตอย่างสิ้นเชิง คือภาพลักษณ์ของสินค้าเดิมคนจะรู้จัก โตชิบา ในภาพของเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่นทีวี หรือตู้เย็นเป็นหลักซึ่งนั้นเป็นภาพลักษณ์ที่ผู้บริโภครับรู้มาตั้งนานแล้วขณะที่ในปัจจุบันโตชิบา จำเป็นต้องปรับภาพลักษณ์ใหม่ให้สอดคล้องกับสถานการณ์การแข่งขันที่รุนแรง มากขึ้น หลังจากวิกฤตการเงินปี 2540 เป็นต้นมาบริษัทจึงต้องสร้างความแตกต่างให้กับแบรนด์ โดยชูความก้าวหน้าทางนวัตกรรมเป็นจุดขายหลักของสินค้า และทำการ Rebrand เพื่อลดอายุของแบรนด์ลง ให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่นซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายใหม่ที่สำคัญของบริษัทสิ่งหนึ่งที่โตชิบา ไทยแลนด์ และทั่วโลก ยึดถือเป็นปรัชญาในการทำงานคือ committed to People committed to the Future ซึ่งแปล เป็นไทยได้ง่ายๆ ว่า โตชิบานำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต ซึ่งโตชิบายึดถือมาโดยตลอด พีเพิล คือ พนักงาน ผู้ร่วมทุน ผู้ซื้อสินค้า ไปจนถึงสังคมฟิวเจอร์ คือ การลงทุนทางด้านเทคโนโลยีและการให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนา และสิ่งแวดล้อม ที่สำคัญ คือ ทุกอย่างต้องดำเนินไปอย่างซื่อสัตย์

โตชิบามีความรับผิดชอบต่อสังคม ในการสร้างสรรค์สินค้าที่มีคุณภาพ ดูแลสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงบทบาทในการคืนกำไรสู่สังคม เช่น การส่งเสริมวัฒนธรรมไทย การประกวดภาพวาดระบายสีสิ่งนี้ถือเป็น ความรับผิดชอบของโตชิบาที่จะคืนกำไรสู่สังคม ที่บริษัทจะยึดถือเป็นนโยบายเคียงคู่กับการเติบโตของบริษัทตลอดไป